หลังวันสงกรานต์ผ่านไป

posted on 22 Apr 2008 14:01 by comtodaykidz

 สวัสดีครับ ต้องขอโทษที่ไม่ได้มาเขียนบล็องมาหลายวันนะครับ วันนี้ก็จะมีเรื่องเล่าที่อยากบอกว่า

ขอเชิญพี่ๆน้องๆ ช่วยเข้าไปเป็นสมาชิกและโพสใน ITSmart เว็บเพื่อคนไอที่ที่ผมได้ทำขึ้นครับ

ซึ่งสามารถถามตอบได้อย่างดีครับ

ซึ่งเพื่อนๆช่วยบอกต่อๆกันหน่อยนะครับ

สามารถเข้ได้ที่ " http://itsmart.freeforums.org/ " 

ขอบคุณครับ

 

edit @ 22 Apr 2008 14:17:54 by Computer.today kidZ

โลก..ในชั่วโมงที่ 11

posted on 13 Apr 2008 15:13 by comtodaykidz

โลก..ในชั่วโมงที่ 11

“เหลือเวลาอีกแค่ 5 นาที โลกกลมๆเบี้ยวๆใบนี้จะถึงกาลดับสูญ”

ได้ยินใครพูดอย่างนี้ หลายคนอาจจะหัวเราะร่วน แล้วบอกว่า มา อีกแล้ว นิทานหลอกเด็ก

 

แต่นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ที่จะบอกว่า เวลาของโลกนี้ใกล้จะหมดลงเต็มที และปัญหานานาก็ล้วนแล้วมาจากการกระทำของเหล่ามนุษย์ที่อาศัยใบบุญของโลกนี้อยู่นั่นเอง ที่จะทำให้ “วันโลกาวินาศ” ใกล้เข้ามาเรื่องๆ

แล้วทำไมตอนนี้เหลืออีก 5 นาทีล่ะ?

ก่อนอื่นคงต้องย้อนความไปถึง พ.ศ.2488 เมื่อสหรัฐอเมริกาตัดสินใจทิ้งระเบิดปรมาณูเข้าใส่ญี่ปุ่น เพื่อยุติสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้ ผู้คนได้เห็นความร้ายกาจของอาวุธมหาประลัยที่คนเราสร้างขึ้น นักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่ง โดยเฉพาะคนที่เคยมีส่วนร่วมในโครงการผลิตระเบิด ได้ร่วมกันสร้างนาฬิกาขึ้นมาเรือนหนึ่ง มันคือ “นาฬิกา

วันโลกาวินาศ” หรือ Doomsday Clock ที่เปิดตัวออกสู่สายตาชาวโลกใน พ.ศ. 2490

นาฬิกานี้ไม่ใช่ นาฬิกาจริงๆ แต่เป็นสิ่งสมมติในฐานะตัวแทนความคิดที่กำหนดให้เวลาเที่ยงคืน หรือเมื่อนาฬิกาเดินไปถึงเลข 12.00 หมายถึงเวลาที่โลกเราจะล่มสลาย และในครั้งแรกกลุ่มผู้ริเริ่มก็ได้ตั้งนาฬิกาไว้ที่ 11.53 น. หรือเหลืออีก 7 นาทีโลกจะถึงกาลวิบัติ เพื่อเป็นการเตือนในผู้คนบนโลกว่า หากมัวแต่หํ้าหั่นกันไป สุดท้ายจะไม่เหลือใครสักคนเดียว เพราะสงครามล้างโลกนั้นน่ากลัวนัก

วารสารวิทยาศาสตร์ปรมาณู (Bulletin of the Atomics Scientists) แห่งชิคาโกรับหน้าที่เป็นผู้ดูแล และปรับเวลาของนาฬิกา วันโลกาวินาศนี้มานับแต่นั้น ภาพของนาฬิกาวันโลกาวินาศได้ถูกตีพิมพ์ไว้ที่หน้าปกวารสารดังกล่าว เพื่อให้ผู้คนตระหนักถึงเวลาที่เหลือน้อยเต็มทน หากยังดื้อดึงแข่งขันกันด้านอาวุธทำลายล้าง

กว่า 60 ปีที่ผ่านมา คณะกรรมการของวารสาร ซึ่งประกอบด้วยนักวิทยาศาสตร์ระดับโลก ได้ร่วมกันใคร่ครวญ และขยับเวลาของนาฬิกาวันโลกาวินาศ ทั้งเข้าใกล้ และห่างออกมาจากเลข 12 มาแล้ว 18 ครั้ง แล้วแต่สถานการณ์ของโลกในแต่ละขณะ

เวลาที่ใกล้หายนะที่สุดเท่าที่เคยมีมาของนาฬิกาวันโลกาวินาศนี้คือ อีก 2 นาทีจะถึงเที่ยงคืน ซึ่งได้มีการขยับนาฬิกาไปสู่เวลาอันตรายนี้ใน พ.ศ.2496 หลังจากที่สหรัฐอเมริกาและโซเวียตตัดสินใจเดินหน้าโครงการระเบิดไฮโดรเจน อย่างไรก็ตาม เมื่อสถานการณ์ตึงเครียดคลี่คลายลง นาฬิกาก็ขยับออกจากเที่ยงคืน และขึ้นลงอีกหลายครั้ง โดยเวลาปลอดภัยที่สุดอยู่ที่ พ.ศ. 2534 เมื่อสงครามเย็นสิ้นสุดลง มีการกำหนดให้นาฬิกาหยุดอยู่ที่อีก 17 นาทีจะเที่ยงคืน

 

หลังจากนั้น นาฬิกาวันโลกาวินาศถูกขยับเข้าใกล้เส้นตายมากขึ้นเรื่อยๆ เป็น 14, 9 และ 7 นาทีก่อนเที่ยงคืนใน พ.ศ.2538, 2541 และ 2545 ตามลำดับ เนื่องจากสถานการณ์ของโลกไม่น่าไว้วางใจ อาทิ ปัญหาความตึงเครียดในอินเดียและปากีสถาน การก่อการร้ายต่างๆ การพัฒนาอาวุธของประเทศมหาอำนาจ ฯลฯ

และล่าสุด เมื่อปีที่แล้ว คณะกรรมการผู้ดูแลนาฬิกาก็ตัดสินใจขยับมันอีกครั้ง เป็นครั้งล่าสุด ที่เหลืออีกเพียง 5 นาทีโลกจะแตก!

การขยับนาฬิกาวันโลกาวินาศตลอด 61 ปีที่ผ่านมานั้น คณะกรรมการใช้ปัจจัยเกี่ยวกับสงคราม การก่อการร้าย การซ่องสุมอาวุธ ฯลฯ มาเป็นเครื่องชี้ขาดว่า นาฬิกาโลกกำลังก้าวไปทางไหน แต่ในการขยับนาฬิกาครั้งล่าสุดนี้ นอกจากจะพิจารณาเรื่องการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ของหลายประเทศแล้ว ได้มีการเพิ่มปัจจัยใหม่เข้าไปในการพิจารณาด้วย นั่นคือ ปัญหาอันเกิดจากการทำลายสภาพแวดล้อม ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์เช่นกัน

คณะกรรมการวารสารฯ เห็นว่า การเปลี่ยน แปลงอุณหภูมิที่กำลังเกิดขึ้นนี้ เป็นสิ่งท้าทายสำหรับมนุษย์โลก การทำลายระบบนิเวศน์ ภาวะน้ำท่วม พายุรุนแรง ความแห้งแล้งที่เพิ่มมากขึ้น การละลายของน้ำแข็งขั้วโลก ฯลฯ ล้วนเป็นสิ่งเร่งเร้าให้โลกเดินหน้าเข้าสู่ยุคแห่งความมืดมน อันเนื่องมาจากการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างเร่งรีบ และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างเกินตัว

 

นักวิทยาศาสตร์บางคนเริ่มมีความคิดว่า ปัญหาสภาพแวดล้อมอาจจะเป็นเรื่องใหญ่ยิ่งกว่าสงคราม หรือการก่อการร้าย เพราะสามารถล้างผลาญชีวิตได้มากกว่า คนทั่วโลกจะต้องประสบเคราะห์กรรมครั้งใหญ่ หากเรายังไม่ตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งที่อยู่รอบตัวเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาโลกร้อนที่แม้ขณะนี้จะมีผู้ให้ความสนใจจำนวนมาก แต่ก็ยังมีคนที่เพิกเฉย

โลกในชั่วโมงที่ 11 ซึ่งกำลังใกล้หายนะเข้าไปทุกที เป็นโลกที่ต้องการความร่วมมือจากทุกฝ่าย เพื่อหยุดยั้งการเดินไปข้างหน้าของนา-ฬิกาวันโลกาวินาศ ที่คอย เตือนพวกเราทุกคนไม่ให้ หลงระเริงไปกับความเป็น อยู่อันสุขสบาย แต่ทำลาย สิ่งแวดล้อมที่ให้ทุกอย่าง กับชีวิต

และหากจะว่าไป ถ้าได้ศึกษาบทเรียนจากอดีตก็อาจจะพบว่า อันที่จริงแล้ว โลกเราเคยผ่านห้วงเวลาที่ยากลำบากที่สุด และอาจจะเคยเดินทางไปถึงชั่วโมงสุดท้ายกันมาแล้วในหลายอารยธรรม เช่นกรณีที่หลายคนเชื่อว่า อาณาจักรแอตแลนติสในตำนานเป็นดินแดนที่มีอยู่จริง แต่ต้องล่มสลาย สูญสิ้นความเจริญอันเคยรุ่งโรจน์ไป เพราะการทำตัวเองของผู้คนที่ก่อสงคราม และทำลายสิ่งแวดล้อมจนผู้คนไม่สามารถดำรงอยู่ได้

หรือแม้แต่อารยธรรมเก่าแก่ของชนเผ่ามายา ที่จู่ๆก็สูญหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ของโลก เหลือทิ้งไว้เพียงสิ่งก่อสร้างอันยิ่งใหญ่ ตระการตานั้น ก็มีการตั้งข้อสังเกตจากนักโบราณ

คดีว่า สาเหตุที่ทำให้สังคมของชาวมายาต้องพินาศไปเป็นเพราะการกระทำของประชาชนเอง ที่เมื่อมีผู้คนมากขึ้น ก็เกิดการถางป่ามาทำพื้นที่เพาะปลูก จนเป็นเหตุให้ภูมิอากาศแปรผัน เกิดความแห้งแล้ง และนำพาไปถึงจุดจบ

เช่นเดียวกับนครวัด อีกหนึ่งอารยธรรมโบราณที่เหลือไว้เพียงซากแห่งจารึก ก็ได้มีการศึกษาพบว่า เมื่อชาวอังกอร์รุกป่าและภูเขาเพื่อขยายที่ดินทำกินมากขึ้น ก็เกิดน้ำท่วมใหญ่ ดินทรายจากภูเขาทลายลงมาปิดทางน้ำ จนอาณาจักรอันเคยรุ่งเรืองล่มสลายลง

ตัวอย่างเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า หลายอารยธรรมที่เคยเจริญก้าวหน้า ได้ผ่านการใช้ ทรัพยากรอย่างไม่ระมัดระวัง จนก่อให้เกิดหายนะ อาณาจักรต้องก้าวผ่านจากชั่วโมงที่ 11 ไปสู่นาทีสุดท้ายแห่งการล่มสลาย เป็นบทเรียนสำคัญของโลกยุคใหม่ ที่สร้างวัฏจักรใหม่ จนก้าวเข้าสู่ ชั่วโมงที่ 11 อีกครั้ง

แล้วเราจะปล่อยให้โลกนี้ร้อนหนักจนผ่านไปถึงเที่ยงคืนแห่งความมืดมิดอีกหรือ

นี่คือระเบียบวาระแห่งโลก ที่แม้แต่ดารา ชั้นแนวหน้าของฮอลลีวูดอย่าง ลีโอนาร์โด ดิคาพรีโอ ก็ยังนิ่งเฉยไม่ได้ จึงลุกขึ้นสร้างและรับหน้าที่ดำเนินเรื่องในภาพยนตร์เชิงสารคดีชื่อ The 11th Hour ที่บอกเล่าให้ผู้ชมได้ทราบว่า ในชั่วโมงที่ 11 ของมนุษยชาตินั้น อะไรกำลังเกิดขึ้นกับระบบนิเวศน์ของเราบ้าง วิกฤตินี้กำลังเดินทางไปถึงไหน แล้วเราจะเปลี่ยนชั่วโมงอันมืดมนนี้ให้สดใสขึ้นอีกครั้งได้อย่างไร

เพื่อไม่ให้โลกอันเป็นที่รักของเราทุกคน “ป่วย” ไปมากกว่านี้.

 


วันนี้ผมก็ได้ไปเดินทองน่องที่ http://www.esswpark.org ได้ไปเจอข่าวดีสำหรับคนมีพื้นฐานจาวาครับ ซึ่งเหมาะมากสำหรับคนทำเว็บ  ซึ่งผู้นที่จดครงการต้องมีพื้นฐานทางด้านจาวาด้วย โดยมีชื่อโครงการว่า "Khonkaen Certified JAVA Programmer " ด่วนสำหรับผู้เข้าร่วมโครงการ Khonkaen Certified JAVA Programmer ทุกท่าน เนื่องจากการอบรมผู้เข้าร่วมอบรมจะต้องมีความรู้พื้นฐาน Java เป็นอย่างดี จึงขอให้ทุกท่านศึกษา Java ก่อนเข้าร่วมอบรม  ก่อนการสอบจริงจะมีการทดสอบหากไม่ผ่าน pre-test จะไม่มีสิทธิในการสอบจริง   

** ผู้ที่เข้าร่วมโครงการจะต้องนำ Computer Notebook มาเพื่อใช้ในการอบรม ทุกคน**

อยากอ่านรายละเอียดมากว่านี้ก็ลองคลิกเข้าได้ทีนี่นะครับ

แต่หากอ่านแบบเต็ม (ชนิดไฟล์ .pdf ) คลิกตามนี้ครับ 

>> |ใบสมัคร| รายละเอียดโครงการ| ลงทะเบียน online| <<

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

คุณ ศรินธร  รัตนชวานนท์  ผู้จัดการศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยี
ศูนย์ประสานงานเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
อาคารศูนย์วิชาการ ชั้น 4 มหาวิทยาลัยขอนแก่น  อ.เมือง  จ.ขอนแก่น  40002

โทรศัพท์ 043-203363 , 043-202426 ต่อ 109 มือถือ  083-7580404
โทรสาร  043-202292 

E-mail: Sarinthorn@esswpark.org


เครดิตจาก http://www.esswpark.org